About YasminCallahan

Here are my most recent posts

อิทธิพลรักนักแข่งมาเฟีย

อิทธิพลรักนักแข่งมาเฟีย

อิทธิพลรักนักแข่งมาเฟีย

ผู้เขียน : ม่านดาริกา
สำนักพิมพ์ : ไลต์ออฟเลิฟ
หมวดหมู่ : นิยาย นิยายโรแมนติก

เรื่องย่อ : อิทธิพลรักนักแข่งมาเฟีย

ข่าวการจากไปของ เควิล แม็คเดอร์สัน แชมป์ฟอร์มูลาวันสามสมัยซ้อน นำพาความเสียใจมาให้เหล่าแฟนคลับทั่วโลก และหนึ่งในนั้นก็คือ อินทุภา เศรษฐวรโชติ แฟนคลับตัวยงที่ติดตามเขามาหลายปีเสมือนหัวใจแตกสลายไม่มีชิ้นดี…วิถีติ่งพังทลายลงในพริบตา แต่! นี่เธอไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม เธอเห็นเขา ใช่! ต้องใช่แน่ๆ เควิลตัวเป็นๆ ตัวจริงเสียงจริง เธอมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ ถึงเขาจะรีบปฏิเสธทันควัน แต่อินทุภาก็ไม่ละความพยายาม เธอจะต้องพิสูจน์ว่าเป็นเขาให้ได้ พิสูจน์ยังไงดีเล่า…ไม่รู้ละ แต่เธอก็ถลำตัวเข้าไปเกี่ยวข้องกับเขาแล้วเต็มๆ เล่น ค่า สิ โน ออนไลน์ ที่ไหน ดี

“คุณมีอะไรมายืนยันความเป็นเควิล” “มี!” อินทุภาบอกอย่างคนที่รู้จักเขาดี ดวงตาคมหวานฉายแววมั่นคง จนคนที่มองอยู่ต้องยิ้มออกมาบางๆ เควิลขยับปลายเท้าเข้าไปใกล้เธออีกนิด แล้วโน้มตัวลงมาหาคนที่สูงแค่หน้าอกของเขา “มีอะไรงัดออกมาให้หมดสิ” “รอยสักรูปเข็มทิศที่หน้าท้องด้านซ้ายของคุณ” “จะดูไหม ผมจะให้ดู” เล่น ค่า สิ โน ออนไลน์ ที่ไหน ดี

นักแข่งรถระดับแชมป์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า โน้มตัวลงมาใกล้อีกนิด ใบหน้าสวยหวานถึงกับร้อนผ่าว รับรู้ได้ว่าทั้งเนื้อทั้งตัวของผู้ชายตรงหน้ามีผ้าขนหนูสีขาวพันกายอยู่เพียงผืนเดียวเท่านั้น หนำซ้ำมือที่ถือปืนอยู่ก็ทำท่าจะกระตุกมันออกเสียด้วยซ้ำ “มะ ไม่” อินทุภาตอบเสียงแผ่ว พวงแก้มอิ่มเปลี่ยนเป็นสีชมพูระเรื่อ “ทำไมล่ะ ผมยินดีให้คุณพิสูจน์ ว่าผมมีรอยสักที่คุณว่าจริงๆ หรือเปล่า มาขนาดนี้แล้วคุณต้องไปต่อนะ” “มี คุณมี ฉันเห็น เท่าที่มันโผล่ขึ้นมาให้เห็นก็รู้แล้วว่าคุณมีจริงๆ” อินทุภาบอกเสียงสั่น เธอเห็นบางส่วนของรอยสักที่โผล่พ้นขอบผ้าขนหนูขึ้นมา เควิลกระตุกยิ้มกับท่าทางของคนตรงหน้า “หมดเวลาล้อเล่นแล้วสาวน้อย ถึงเวลาที่เราจะต้องคุยกันจริงๆ จังๆ สักที มานี่!!”

 …

เจี๊ยบ

เจี๊ยบ เชิญยิ้ม เอาใจชาวเน็ตอัดคลิปฮาเลียนแบบ บอย

เจี๊ยบ เชิญยิ้ม กลายเป็นกรณีที่สังคม ชาวเน็ตจับตามอง หลังจากเพจดังออกมาแฉว่าได้มีการกักตุนหน้ากากอนามัย ในขณะที่ทุกส่วนที่กำลังวิกฤติขาดแคลน จากไวรัสโคโรนาระบาด ทำให้นำไปสู่การค้นบ้านของ นายศรสุวีร์ ภู่รวีรัศวัชรี (บอย) ที่แอบอ้างคนสนิทผู้ติดตาม รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

และต่อมา นายศรสุวีร์ ได้เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่โดย ระบุว่า ไม่รู้ว่าหน้ากากใคร
โดยกรณีดังกล่าวเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ถึงเหตุผลที่นายศรสุวีร์ ชี้แจง

แต่อีกประเด็นที่กลายเป็นหัวข้อสนทนาหลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ คือ หน้าตา ของนายศรสุวีร์ ที่มีความเหมือนกับดาราตลกชื่อดัง เจี๊ยบ เชิญยิ้ม ซึ่ง หนุ่มเจี๊ยบ ได้ออกมาโพสต์คลิปเลียนแบบลักษณะท่าทางจากข่าวดัง โดยระบุว่า “ผมผิดตรงไหนแค่ผมกักตุนตีนไก่” จนกลายเป็นกระแสไวรัลฮากันไปทั่วโลกออนไลน์

แหล่งที่มา khaosod

พิตตินันท์ รักเอียด

แจ้งความแล้ว พิตตินันท์ รักเอียด ยันไม่รู้จักคนโพสต์กักตุนหน้ากากอนามัย

พิตตินันท์ รักเอียด ยันไม่รู้จักคนโพสต์กักตุนหน้ากากอนามัย

พิตตินันท์ รักเอียด เข้าลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.ท่าชนะ หลังถูกกล่าวถึงกรณีคนสนิท รัฐมนตรีช่วยว่าการสะสม-โพสต์ขายหน้ากากอนามัย ช่วงเวลาที่ประชาชน บุคลากรทางด้านการแพทย์ไม่มีใช้ ยืนยันไม่รู้จัก เพียงแค่เข้ามาขอถ่ายรูปด้วยแล้วเอาไปโพสต์เอง

วันที่ 9 มี.ค. เวลา 08.10 น. พันตำรวจตรีราชัน ไกรทอง สว.สอบปากคำ สภ.ท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ภายหลัง นายพิตตินันท์ รักเอียด อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 146/1 หมู่ 4 ตำบลท่าชนะ อำเภอท่าชนะ ได้มาแจ้งว่า

ผู้แจ้งอยู่ในคณะทำงานของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ผ่านมา ช่วงวันที่ 20 ก.พ. 2563 ได้นัดกินข้าวกับน้องกัญฯ พร้อมพวกที่โรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงทพฯ ถัดมาได้มีบุคคล (ผู้โพสต์ในเฟซ ใช้ชื่อว่า ศรสุวีร์ ภู่รวีรรัศวัชรี) ได้มาที่ผู้แจ้งและก็พวกนั่งอยู่ ซึ่งผู้แจ้งไม่เคยรู้จักคนที่โพสต์เฟซบุ๊กมาก่อน

แล้วก็ถัดมาผู้แจ้งได้ถ่ายรูปกับน้องกัญฯ และก็พวก โดยมีบุคคลดังที่กล่าวมาแล้วเข้ามาร่วมถ่ายรูปด้วย ถัดมาผู้แจ้งรู้ดีว่า บุคคลผู้ใช้ชื่อโพสต์ ศรสุวีร์ ภู่รวีรรัศวัชรี ได้นำรูปของผู้แจ้งฯ ไปโพสต์ในเฟซบุ๊กในวันที่ 20 ก.พ. 2563 เวลา 22.40 น. มีเนื้อความว่า

พึ่งจะคุยธุรกิจหน้ากากอนามัย ลูกพี่ลูกน้องๆตรงนี้ต้องการสั่งอะไรมาประเดี๋ยวพวกเราหาให้”ช จากการโพสต์ใจความดังกล่าวมาแล้วข้างต้นอาจส่งผลให้คนทั่วๆไปรู้เรื่องคลาดเคลื่อนในความเป็นจริงได้ ผู้แจ้งก็เลยได้มาแจ้งลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน เพื่อทำงานในส่วนที่เกี่ยวโยงถัดไป

 

แหล่งที่มา.. https://www.thairath.co.th/news/local/south/1790403

คนไทยจากเกาหลีใต้

คนไทยจากเกาหลีใต้ ถึงสุวรรณภูมิ 88 ราย พบต้องสงสัยติดเชื้อโรค 15 คน

คนไทยจากเกาหลีใต้ ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิแล้วเมื่อคืนนี้ก่อนหน้านี้ โดยถูกแบ่งเป็นหลายกลุ่มพาไปกักบริเวณที่ตึกรับรองสัตหีบ

เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 7 เดือนมีนาคม2563 นพ.แพร่ศักดิ์ แก้วจรัส รองอธิบดีกรมควบคุมโรค, น.ท.สุธีรวัฒน์ สุวรรณวัฒน์ ผู้อำนวยการสนามบินสุวรรณภูมิ บริษัท สนามบินไทย จำกัด (มหาชน), นายกิตติพงษ์ กิตติขจร รองผู้อำนวยการสนามบินสุวรรณภูมิ (สายทำการ 1) บริษัท สนามบินไทย จำกัด มหาชน (การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย) และก็นายขจรศักดิ์ แก้วจรัส ด้วยกัน รับชาวไทยที่เดินทางกลับจากเกาหลีใต้พร้อมคุมเข้มการตรวจคัดเลือกกรองเชื้อไวรัสโควิด-19

คนไทยจากเกาหลีใต้

โดยที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ มียอดผู้โดยสารที่เดินทางจากประเทศเกาหลี สายการบิน JIN AIR เที่ยวบิน IJ 333 เครื่องลงเวลา 21.10 น. ปริมาณผู้โดยสาร 104 คน เป็นชาวไทย 88 คน

นปริมาณนี้เป็นแรงงานไทยไม่ถูกกฎหมายจากประเทศเกาหลีใต้ 66 คน หลังการตรวจคัดเลือกกรองเจอเข้าข่ายต้องสงสัยติดเชื้อโรคด้วยเหตุว่าจับไข้สูง ปริมาณ 15 ราย ก็เลยส่งเข้ารับวิธีการทางสาธารณสุข

น.ท.สุธีรวัฒน์ สุวรรณวัฒน์ ผู้อำนวยการสนามบินสุวรรณภูมิ บริษัท สนามบินไทย จำกัด (มหาชน) พูดว่า วันนี้มีเที่ยวบินจากประเทศเกาหลี 4 เที่ยวบิน เที่ยวบินแรกมีผู้โดยสาร 104 คนเป็นชาวไทย 88 คน ใน 88 คน เป็นผู้โดยสารที่มีการเสี่ยงสูง 66 คน แล้วก็ตรวจเจอจับไข้ 15 คน จะถูกส่งไปทำการตรวจตามกรรมวิธีการของสาธารณสุข ว่าจับไข้ธรรมดาหรือติดเชื้อโรคเชื้อไวรัสโควิด 19 ไหม แล้วก็ได้แบ่งผู้โดยสารชาวไทยออกเป็น 2 ส่วน ส่วนที่ 1 กรุ๊ปผีน้อยที่มีการเสี่ยงสูงจะถูกส่งตัวไปกักบริเวณที่ ฐานทัพเรือสัตหีบ เพื่อเข้าวิธีการของสาธารณสุข ส่วนผู้โดยสารที่เหลือจะถูกพาไปที่ ส.ดพ.สุวรรณภูมิ เพื่อแยกเดินทางไปที่จุดคัดเลือกกรองของภาค 14 วัน เช่นเดียวกันและก็มีทั้งผอง 4 ภาค ส่วนผู้โดยสารที่ไม่มีส่วนในกรุ๊ปเสี่ยงทางสาธารณสุขจะได้ติดตามไปรอมองถัดไป

คนไทยจากเกาหลีใต้

ปัจจุบันมีกล่าวว่า ชาวไทยที่เดินทางกลับจากประเทศเกาหลีใต้ 59 คน แบ่งเป็นหญิง 32 คน ชาย 27 คน ได้เดินทางมายังศูนย์เฝ้าระวังตึกการันตีสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี แล้ว ด้วยรถบัส 3 คัน ซึ่งนับว่าเป็นกลุ่มแรก โดยทั้งผองจำเป็นจะต้องผ่านการคัดเลือกกรองโรคด้วยการประมาณไข้

การฆ่าเชื่อด้วยแอลกอฮอล์ พร้อมชำระล้างกระเป๋าสัมภาระ รองเท้า อุปกรณ์สื่อสาร ก่อนขึ้นหอพัก ซึ่งได้มีการคัดชาย-หญิง จากกัน สำหรับในการเข้าพักเพื่อสอดส่องอาการ ห้องละ 3 คน โดยชาวไทยที่กลับมาทั้งหมดทั้งปวงจะถูกกักบริเวณ 14 วัน เพื่อเฝ้าอาการตามแผนต่อกรเชื้อไวรัสโควิด-19

คนไทยจากเกาหลีใต้

ส่วนรถบัสและก็พนังงานขับขี่รถที่รับส่งคนประเทศไทยท่ีเดินทางกลับจากเกาหลีนั้น ควรต้องผ่านวิธีการทำความสะอาดด้วยวิธีการทำลายเชื้อตามขั้นตอน กรมวิทยาศาสตร์นาวิกโยธิน แล้วก็กระทรวงสาธารณสุข ก่อนที่จะเดินทางกลับ เพื่อคุ้มครองป้องกันการปนเปื้อนเชื้อโรคสู่คนขับขี่ รวมทั้งผู้ใช้งานกับรถเมล์ข้างหลังการกระทำภารกิจ

สำหรับพื้นที่ตึกรับประกันสัตหีบ ข้าราชการเตรียมไว้ทั้งหมดทั้งปวง 6 ตึก ตั้งแต่ตึก 3 ถึงตึก 8 โดยคนที่ถูกกักบริเวณ จะอยู่ได้ในพื้นที่เฉพาะข้างในตึกรับประกันและก็สวนหย่อมรอบๆตึก มีรั้วกันรอบๆและก็มีเจ้าหน้าเจ้าตาสารวัตรทหารเรือ เฝ้าอยู่เสมอ 1 วัน ไม่ให้ออกมาบริเวณข้างนอกหรือชายทะเล ดังนี้คาดว่าจะมีคนประเทศไทยกลับจากประเทศเกาหลีทยอยเดินทางมายังกิจการตึกรับรองสัตหีบเพิ่มเติมอีก เพื่อเฝ้าอาการ

 

แหล่งที่มา.. https://www.thairath.co.th/news/local/central/1789644

มูฮัมมะมูสตาวา สะนิ

ทหารบุกล้อมจับ มูฮัมมะมูสตาวา สะนิ หัวหน้าโจร ซ่องสุมจะก่อเหตุ

ทหารบุกล้อมจับโจรใต้ ขณะนอนพักในป่าอำเภอรามัน จังหวัดยะลา เขตติดต่อ อำเภอกะพ้อ จังหวัดปัตตานี จับกุมตัว มูฮัมมะมูสตาวา สะนิ  หัวหน้าโจร หลังกระโดดลงแม่น้ำสายบุรีว่ายหนีแต่ว่าไม่มีแรง ยอมรับนัดพวก คน มาคิดแผนก่อเหตุ

เมื่อย่ำรุ่งวันที่ 6 มี.ค. พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ทหารชุดปฏิบัติงานในพื้นที่เข้าล้อมตรวจค้นพื้นที่บ้านแอแกง หมู่ 5 ตำบลเกะรอ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา เขตติดต่อ ตำบลกะรุบี อำเภอกะพ้อ จังหวัดปัตตานี หลังสืบรู้ดีว่า

มีผู้ร้ายกลุ่มนาย มูฮัมมะมูสตาวา สะนิ อายุ 43 ปี ภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 4 หมู่ 6 ตำบลกะรูบี อำเภอกะพ้อ จังหวัดปัตตานี พร้อมพวกแอบมาซ่องสุมคิดแผนเพื่อก่อการร้าย

ปรากฏว่า กำลังของเจ้าหน้าที่ได้เจอกับพวกฆาตกรประมาณ 5 คน กำลังนอนพักอยู่รอบๆป่าละเมาะริมน้ำสายบุรี ก็เลยได้กระจัดกระจายกำลังเข้าล้อม พวกฆาตกรรู้สึกตัวได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่ พร้อมวิ่งแอบหนี จากนั้นก็เลยได้กำเนิดปะทะกันชั่วขณะหนึ่ง ส่วนตัวนายมูฮัมมะมูสตาวา สะนิ หัวหน้ากลุ่ม ได้กระโจนลงไปในแม่น้ำสายบุรีกำลังเจ้าหน้าที่ทหารก็เลยได้ติดตามไปอย่างกระชั้นชิด นายมูฮัมมะมูสตาวา ว่ายไปจนเมื่อยล้าในที่สุดจำเป็นต้องว่ายกลับมาถูกเจ้าหน้าที่ทหารเข้าคุมตัวไว้ได้ ยึดอาวุธปืนสั้นสั้น 1 กระบอก

มูฮัมมะมูสตาวา สะนิ

ตรวจสอบพื้นที่ค่ายพักชั่วคราว เจอของกินของใช้ หม้อหุงข้าว ขวดเครื่องดื่มหลายรายการ สอบสวนนายมูฮัมมะมูสตาวา พื้นฐานให้การว่า เพื่อนที่หลบซ่อนหนีมีนายเพาซัน นายยูรี นายแบ และนายมัง ไม่ทราบชื่อจริง นามสกุล ได้นัดกันมาพบปะสนทนาที่ท้ายหมู่บ้านแอแกง เพื่อวางแผนทำงาน แม้กระนั้นถูกเจ้าหน้าที่ทหารบุกเข้าล้อมแล้วก็ถูกจับกุมตัวได้

ผู้รายงานข่าวรายงานว่า คนร้าย 1 ใน 4 ผู้ที่แอบหนีไป เป็น นายมะยากี มะลาสิง ซึ่งมีหมายจับป.วิอาญา จากเหตุวางระเบิดที่จังหวัดกรุงเทพมหานคร ในเวลานี้เจ้าหน้าที่ยังคงล้อมพื้นที่ ยังไม่จบภารกิจ

ก็เลยขอความร่วมมือประชากรถ้าหากเจอบุคคลถูกสงสัย หรือเรื่องผิดปกติ ขอให้รีบแจ้งข้าราชการ หรือโทรสฯายตรงแม่ทัพภาคที่ 4 เลขลำดับ 061 1732999 หรือโทรฯสายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า 1341 ได้ตลอดทั้งวันทั้งคืน.

สำหรับนายมูฮัมมะมูสตาวา สะนิ มีหมายจับ ป.วิ 1 หมาย เหตุระเบิดตำรวจสภ.ไม้แก่น จังหวัดปัตตานี ก็เลยได้นำตัวไปทำงานสอบขยายผลถัดไป

 

แหล่งที่มา.. https://www.thairath.co.th/news/local/south/1788326

เขยคลั่งบุกฆ่าพ่อตาแม่ยาย

เขยคลั่งบุกฆ่าพ่อตาแม่ยาย บุตรสาวตนเองโดนลูกหลง เสียใจยิงตัวตายรวม 4 ศพ

เขยคลั่งบุกฆ่าพ่อตาแม่ยาย ที่บ้านแพ้ว หลังกลับมาขอลูก 2 คนไปเลี้ยงไม่ได้ ยิงกระหน่ำขณะนอนหลับ พ่อตาแม่ยายตายคาที่ ลูกปืนไปถูกบุตรสาว 5 ขวบของมือปืนที่มานอนอยู่ด้วย บิดาแบกร่างหนี ก่อนที่จะไปจ่อขมับยิงตัวตาย หลังลูกน้อยเสียชีวิตคาอก

เวลา 23.00 น. วันที่ 4 มี.ค. พ.ต.ท ธีรวุฒิ เกิดจงรักษ์ รอง สว. (สอบปากคำ) สภ.บ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกัน แล้วก็มีผู้ตายภายในบ้านเลขที่ 49 หมู่ 9 ตำบลหนองบัว อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ก็เลยรายงานให้ พันตำรวจเอกดลชัย ปิ่นปัก ผู้กำกับการ พร้อมด้วยชุดสอบสวน แพทย์รพ.บ้านแพ้ว มูลนิธิการกุศลจังหวัดสมุทรสาคร เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดสมุทรสาคร เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ

ที่บ้านไม้ชั้นเดี่ยวอยู่ในสวนลำไย ก่อสร้างด้วยไม้ ในบ้านมีผู้ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. เสียชีวิต 2 คน รู้ชื่อถัดมาเป็น นายทิม สุขสว่าง อายุ 74 ปี เป็นเจ้าของบ้าน มีรอยแผลถูกยิงตามลำตัวรวม 11 รู เสียชีวิตอยู่กลางบ้าน ส่วนอีกศพเจอในห้องนอน ชื่อ นางกาญจนี สุขสว่าง อายุ 71 ปี เป็นเมียของนายทิม มีรอยแผลถูกยิงเข้าที่เข้าทางหัว 1 นัดหมาย ต้นขาอีก 1 นัดหมาย

ส่วนคนก่อเหตุเป็น นายธนดี หรือนิตย์ ลิ้มชื่น อยู่บ้านเลขที่ 71 กลุ่ม 7 ตำบลพังตรุ อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี เป็นอดีตลูกเขยของผู้ตาย โดยภายหลังจากก่อเหตุยิงพ่อตาแม่ยาย แล้วยังบากบั่นที่จะบุกในห้องเพื่อยิงอดีตกาลเมีย กับน้องชายแล้วก็น้องสะใภ้ของเมีย แต่ว่าเข้าไปมิได้ ทำให้ทั้งยัง 3 คน รวมทั้งเด็กผู้หญิง อายุ 12 ปี บุตรสาวคนโตของมือสังหารรอดจากคมลูกกระสุนไปได้

แล้วหลังจากนั้นผู้ร้ายได้แอบหนีไป โดยพาเด็กสาววัย 5 ขวบ บุตรสาวคนเล็กที่ได้รับบาดเจ็บจากการเช็ดกลูกหลง ด้วยเหตุว่านอนอยู่กับตาแล้วก็คุณยายหลบซ่อนไปด้วย ตรวจในจุดเกิดเหตุ เจอปลอกลูกปืนขนาด 9 มม. 7 ปลอก ก็เลยเก็บไว้เป็นหลักฐาน

ถัดมา ได้รับแจ้งจากพี่น้องผู้ตายว่า พบเห็นรอยคราบเลือดบนคันดิน เป็นทางยาว ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับรกรากเหตุ ห่างมาราว 300 เมตร ก็เลยคาดว่าฆาตกรคงจะแอบตัวอยู่ในนั้น ทางตำรวจก็เลยได้กระจาย

กำลังกันล้อม ตะคอกให้ฆาตกรยอมมอบตัว แล้วหลังจากนั้นมีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัดหมาย จากทางจุดที่ฆาตกรซ่อนตัวตัวอยู่ เมื่อสิ้นเสียงปืนตำรวจได้เข้าไปเจอนายธนภัทร มือปืนนอนจมกองเลือด แล้วก็มีอาวุธปืนขนาด 9 มิลลิเมตรตกอยู่ข้างมือขวา 1 กระบอก มือซ้ายอ้อมแขนศพเด็กสาววัย 5 ขวบ

ถูกพันร่างด้วยผ้าขาวม้าเปรอะเลือด ถูกลูกกระสุนยิงเข้าที่เข้าทางข้างหลังทะลุหน้าท้อง 1 นัดหมาย แล้วก็ที่หน้าขาข้างซ้ายอีก 1 นัดหมาย คาดว่าน่าจะถูกลูกหลงมาจากในบ้านแล้วก็เสียชีวิตขณะผู้เป็นบิดาอุ้มพาหนีมาด้วย

ส่วนนายธนเจริญ มือสังหาร ถูกลูกปืนยิงเข้ากึ่งกลางทรวงอก 2 นัดหมาย มีเหตุที่เกิดจากการยิงตัวตาย คาดว่าเมื่อนายธนเจริญพาลูกหนีออกมาแล้ว มีความเห็นว่าลูกเสียชีวิตแล้วจึงกำเนิดความเศร้าใจ รับมิได้ที่ตัวเองทำให้ลูกถูกตาย ก็เลยฆ่าตัวตายตามไป

จากการสืบสวน พื้นฐานทราบดีว่า นายธนภัทร อดีตลูกเขยรายนี้ สมรสกับนางมนต์ทิพย์ สุขสว่าง มากมายว่า 10 ปี มีลูกร่วมกัน 2 คนเป็นผู้หญิงทั้งสอง ซึ่งบุตรสาวคนโตอายุ 12 ปี ส่วนคนเล็กที่เสียชีวิตอายุ 5 ขวบ แม้กระนั้นทั้งคู่คนมีปัญหากันก็เลยเลิกรากันไปได้แทบ 4 ปีแล้ว

ถัดมาเมื่อเร็วๆนี้นายธนดี มานะที่จะโทรศัพท์มาหาพ่อตาแม่ยาย รวมทั้งเมีย เพื่อขอบุตรสาวทั้งยัง 2 คนไปชุบเลี้ยง แต่ว่าทางสมัยก่อนพ่อตากับแม่ยายไม่ยินยอมให้เอาไปอยู่ด้วยด้วยเหตุว่าอุปถัมภ์ค้ำชูมาตั้งแต่เล็ก ก็เลยรักหลานทั้งคู่คนมากมาย แต่ว่าดังนี้ก็มิได้ห้ามหรือกัดกันที่อดีตกาลลูกเขยจะไปมาหาสู่กับหลานๆก็เลยไม่มีผู้ใดคาดหวังว่า นายธนดีจะมาก่อเหตุในลักษณะดังที่กล่าวถึงแล้ว

ทางด้านตำรวจ ได้นำศพของผู้ตายอีกทั้ง 4 ราย ส่งไปพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวชฯ พร้อมด้วยเรียกผู้เกี่ยวข้องกับอีกทั้ง 2 ข้างมาสอบสวน เพื่อหาต้นเหตุที่จริงจริงของการก่อเหตุสะเทือนใจในคราวนี้

 

แหล่งที่มา.. teuscherfashionisland.com

สแกน โควิด

สแกน โควิด แรงงานจีน เข้าไทย ไม่พบป่วย แต่ว่ายังกักบริเวณเฝ้าระวัง 14 วัน

ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ เข้าตรวจเข้ม 14 แรงงานจีน เดินทางจากแผ่นดินใหญ่เข้าไทย เพื่อดำเนินงานในบริษัทขุดเจาะน้ำมัน สแกน โควิด 19 พื้นฐานไม่เจออาการป่วย แม้กระนั้นยังคงจำเป็นต้องกักบริเวณมองอาการอีก 14 วัน

ช่วงวันที่ 3 เดือนมีนาคม63 ผู้รายงานข่าวแถลงการณ์ว่า ร้อยตำรวจเอกศักดิ์ศรณ์ ชัยธรรมาภรณ์ รอง สว.กองตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดพช. ได้รับรายงานจาก บริษัทซิโนเปค หัวตง ออยฟิลล์ เซอร์วิส คอร์ปอเรชั่น

กลุ่มที่ 15 ตำบลบ่อรัง อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นบริษัทเจาะน้ำมัน ว่า ทางบริษัทฯได้มีการเปลี่ยนที่คนงานเชื้อชาติจีนเข้ามาพักแคมป์คนงาน ซึ่งได้แยกจากบ้านพักคนงานคนอื่นซึ่งฝูงคนงานดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นเพิ่งจะเดินทางมาจากจีน ซึ่งเป็นประเทศที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ปริมาณ 14 ราย ต่อจากนั้นก็เลยได้ผสานไปยังโรงหมอวิเชียรบุรี ที่ทำการสาธารณสุข

สแกน โควิดอำเภอวชิระบุรี ข้าราชการฝ่ายปกครองอำเภอวิเชียรบุรี แล้วก็โรงพักภูธรวิเชียรบุรี เพื่อเข้ากระทำการตรวจคัดเลือกกรองโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) พร้อมกับประเมินการเสี่ยง รวมทั้งเฝ้าติดตามผล เฝ้าระวังกรุ๊ปแรงงานชนชาติจีนดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นอย่างใกล้ชิด ตรงเวลา 14 วัน ตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) โดยจะมีการตรวจอุณหภูมิร่างกาย เพื่อวัดไข้ทุกๆวัน

จากการเดินทางไปตรวจตราบ้านพักคนงานดังที่กล่าวถึงมาแล้ว พบว่า มีคนงานชนชาติจีนที่เพิ่งจะเดินมาจากเมืองจีน ช่วงวันที่ 28 เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ปริมาณ 11 ราย โดยมีรถตู้ของบริษัทฯได้ไปรับที่ท่าอากาศยาน แล้วก็มีคนงานเชื้อชาติจีนที่เดินทางมาจากจีนก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาอีก ปริมาณ 3 ราย รวมทั้งสิ้น 14 ราย ซึ่งทางบริษัทฯได้จัดบ้านพักอยู่ให้อยู่ในแคมป์คนงานที่เตรียมการไว้ให้ โดยแยกจากกลุ่มของผู้คนงานอื่นๆรวมทั้งจากวิธีสำหรับซักเรื่องราวต่างๆแล้วก็ตรวจสุขภาพคนงานชนชาติจีน ทั้งยัง 14 ราย พบว่า ทุกคนมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ไม่มีการรับเชื้อเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) หรือลักษณะการเจ็บป่วยไข้อะไรก็แล้วแต่

สแกน โควิดด้าน นางสุนิสา พระตลับ นักวิชาการสาธารณสุขเชี่ยวชาญการ เผยออกมาว่า จากการตรวจเช็ควัดอุณหภูมิร่างกายคนงานชนชาติจีนทั้งปวง พบว่าร่างกายธรรมดา แต่ว่าก็ยังจำเป็นต้องทำวัดปรอทร่างกายทุกๆวัน รวมทั้งอยู่ในการควบคุมดูแลเฝ้าระวังติดตามอาการอย่างใกล้ชิด จากข้าราชการโรงหมอและก็ข้าราชการสาธารณสุขกระทั่งครบ 14 วัน

ปัจจุบันช่วงวันที่ 1 มีนาคมก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา คณะกรรมการโรคติดต่อได้ลงความเห็นให้ “โควิด-19” เป็นโรคติดต่อรุนแรง โรคที่ 14 สถานพยาบาล เจ้าของบ้าน ผู้ครอบครองสถานที่ที่เจอจะต้องแจ้งด้านใน 3 ชั่วโมง ซึ่งถ้าเกิดตรงเกณฑ์ก็แจ่มแจ้งไปยังผู้จะรับผิดชอบ เพื่อเข้ารับการตรวจตามวิธีการ โดยไม่ต้องจ่ายเงิน แต่ว่าถ้าหากไม่แจ้งจะนับว่ามีความผิด

 

แหล่งที่มา.. https://www.thairath.co.th/news/local/central/1786023

ไฟป่า

ไฟป่าที่ อช.ทับลานจ่อลุกลามเข้าพื้นที่ชุมชน ขอกำลังเสริมดับไฟป่า-ทำแนวกันไฟ

เหตุการณ์ ไฟป่า ใน อช.ทับลาน ปัจจุบัน ยังลุกโชนที่เขาผาแดง บ้านวังมืด จ่อลุกลามไปยังชุมชนใกล้เคียง ด้าน ผู้อำนวยการส่วนอุทยานฯ ขอกำลังหนุนจากชุดเสือไฟโคราช และก็สถานีไฟป่าใกล้เคียง เข้าดับและก็ทำแนวกันไฟ

จากในกรณีที่กำเนิดไฟป่าไหม้ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี เมื่อวันที่ 10 ก.พ 63 จนกระทั่งปัจจุบันนี้ ทำให้พื้นที่ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติทับลานถูกไฟเผารับประทานพื้นที่ไปกว่า 2,200 ไร่ ทำให้มีกรุ๊ปควันกระจัดกระจายเต็มพื้นที่เขารวมทั้งบ้านช่องประชากร โดยยิ่งไปกว่านั้นสามัญชนในพื้นที่ ตำบลแก่งดินสอ ตำบลทุ่งโพธิ์ ตำบลบุพราหมณ์ อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี ได้รับผลกระทบจากกลุ่มควันกว่า 10,000 คนนั้น

ตอนวันที่ 1 เดือนมีนาคม 63 นายวิชัย พรลีแสงสุวรรณ์ ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ ที่ทำการบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 จังหวัดปราจีนบุรี ได้เชิญชวนข้าราชการที่เกี่ยวพัน และก็หัวหน้าเขตแดนร่วมสัมมนา

ไฟป่า

เพื่อคิดแผนปิดไฟป่าที่กำลังลุกโหมรวมทั้งทำให้เกิดผลกระทบต่อพลเมืองในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีแล้วก็จังหวัดนครราชสีมาเป็นอันมาก จนถึงทำให้อุทยานแห่งชาติทับลานจะต้องประกาศปิดการท่องเที่ยวหน้าผาเก็บตะวัน รอบๆหน่วยปกป้องอุทานแห่งชาติทับลานที่ 11 ชั่วครั้งชั่วคราว เพื่อเป็นการปกป้องไม่ให้นักเดินทางได้รับผลพวง เมื่อวันที่ 29 เดือนกุมภาพันธ์ – 6 เดือนมีนาคม 63

ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ ที่ทำการบริหารพื้นที่รักษาที่ 1 จังหวัดปราจีนบุรี บอกว่า จากการสัมมนาสรุปเหตุการณ์ พบว่าไฟป่ายังคงลุกโชนที่รอบๆเขาหน้าผาแดง บ้านวังมืด ตำบลบุพราหมณ์ อำเภอท้องนาดี จังหวัดจังหวัดปราจีนบุรี และก็บ้านสวนล้อมรอบ ตำบลไทยสามัคคี

อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดจังหวัดนครราชสีมา และก็กำลังขยายเข้าพื้นที่ชุมชนใกล้เคียง ซึ่งรับประทานพื้นที่รอบๆกว้างจำเป็นต้องใช้ความรุนแรงช่วยเหลือข้าราชการลงพื้นที่มากขึ้น ก็เลยขอกำลังส่งเสริมจากสถานีควบคุมไฟป่าจังหวัดปราจีนบุรี ชุดเสือไฟวัวราช สถานีควบคุมไฟป่า สระแก้ว (ตาพระยา-ปางสีดา) ข้าราชการอุทยานแห่งชาติทับลาน รวม 120 นาย เข้าพื้นที่ปิดไฟป่าพร้อมทำแนวคุ้มครองป้องกันไฟ

ไฟป่า

จากการเกิดไฟป่าไหม้ในอุทยานแห่งชาติทับลาน ยังไม่มีหน่วยงานที่เกี่ยวระดับจังหวัดให้ความใส่ใจรวมทั้งช่วยเหลืออะไร มีการรับรายงานจากสังกัดเดิมว่า ไฟเผาไม่ร้ายแรงสามารถควบคุมได้แล้ว ซึ่งในความจริงเหตุการณ์ไฟป่าบนอุทยานแห่งชาติทับลานคราวนี้มีความร้ายแรงรวมทั้งรับประทานพื้นที่กว่า 2 พันไร่ ได้ส่งกระทบต่อพสกนิกรในพื้นที่ทั้งยัง 2 จังหวัดรวมถึงสัตว์ในพื้นที่ โดยยิ่งไปกว่านั้นเสือโคร่งที่มีที่เดียวในเขตสวนทับลาน.

 

แหล่งที่มา.. https://www.thairath.co.th/news/local/east/1784183

ครูบาน้อย

คอหวยเฮ เลขเกจิล้านนา ครูบาน้อย เข้านิโรธ 3 วัน ได้ลุ้นงวดนี้

เกจิดังล้านนา ครูบาน้อย เตรียมเข้านิโรธกรรมปฏิบัติธรรม 3 วัน 3 คืน ในกระท่อมรั้วไม้ไผ่ โดยไม่ฉันของกิน มีเพียงแต่น้ำมงคล 9 วัดที่ใส่เอาไว้ข้างในบาตรแค่นั้น ก่อนชวนธงสู่ยอดเสารวมทั้งจุดดอกไม้ไฟ

1 หมื่นดอก หลังสิ้นเสียงนัดหมายในที่สุดผ้าแดงหล่นลงมา ลูกศิษย์ต่างวิ่งไปดูเลขในผ้าแดง เจอเลข 696 และก็ 52 คอหวยได้เฮ ตระเตรียมนำไปแทงงวดนี้

เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 12 กุมภาพันธ์63 พระครูสิริศีลสังวร หรือ ครูบาน้อย เตชปัญโญ อายุ 69 ปี เกจิอาจารย์ล้านนา เจ้าอาวาสวัดศรีดอนมูล ตำบลชมภู อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ เข้าประพฤติตามธรรมเข้านิโรธกรรม เป็นปีที่ 27 ด้านในสถานที่ปฏิบัติธรรมเป็นกระต๊อบมีความกว้าง 5 วา ยาว 5 วา มุง

ด้วยฟาง อยู่ในเขตราชวัติ 7 ชั้น หรือรั้วไม้ไผ่ ตรงเวลา 3 วัน 3 คืน โดยไม่ฉันอาหาร ฉันเพียงแค่น้ำที่เอามาจากวัดที่มีนามอันเป็นมงคล ปริมาณ 9 วัด เพียงแค่บาตรเดียวแค่นั้น โดยในพิธีการได้นิมนต์คณะสงฆ์ปริมาณ 12 รูปเข้ามาร่วมในพิธีการแล้วก็ทำตรวจสอบภายในกระต๊อบที่มีเพียงแค่น้ำบาตรเดียวที่คุณครูน้อยจะใช้ในลัษณะของการอุปโภครวมทั้งบริโภค

โดยในพิธีการ ครูบาน้อยได้เชิญธงชัยชนะปราบมารบรรดาลโชคมหาลาภา ซึ่งเขียนคาถาไว้เต็มผืนธงขึ้นสู่ยอดเสา เป็นเครื่องหมายว่า อาจารย์บาน้อย จะเข้านิโรธบาป 3 วัน 3 คืน และก็ในตอนที่ทำงานชักธงขึ้นสู่ยอดเสาได้มีการจุดดอกไม้ไฟปริมาณ 10,000 ดอก เพื่อแจ้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำหรับการเข้านิโรธ

บาปในคราวนี้ โดยหลังสิ้นเสียงประทัด บรรดาศิษย์ต่างทราบดีว่าข้างหลังเสียงประทัดลูกท้ายที่สุดจะมีผ้าสีแดงมีตัวเลขหลุดล่วงลงมา ซึ่งลูกศิษย์ทั้งหลายแหล่จะพากันไปคอยรับ แล้วก็ลุ้นจำนวน ซึ่งเจอเลขที่ออกมาเป็นเลข 3 ตัวเป็น 696 รวมทั้งเลข 2 ตัว 52 มองเห็นชัดแจ้ง

สำหรับวันออกนิโรธบาปในเวลา 06.09 น. วันที่ 15 เดือนกุมภาพันธ์นี้ จะมีพิธีการบายศรีสู่ขวัญรวมทั้งสะเดาะเคราะห์แบบล้านนาโบราณ พร้อมแจกวัตถุบูชาให้กับศิษยานุศิษย์ที่มาร่วมพิธีการได้ร่วมทำบุญสุนทานภายในมหาวิหารหลวง ความยาว 100 เมตร แล้วก็เป็นวันที่องค์พุทธรูปหลวงพ่อเพชรสมประสงค์ พระประธาน จะสร้างเสร็จในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ซึ่งจะมีการจุดดอกไม้ไฟอีก 10,000 ดอกอีกทีหนึ่ง.…

เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว

พิพัฒน์ จัดเต็มท่องเที่ยวปัตตานี เปิดงานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวอลังการ

พิพัฒน์ เปิดมหกรรมท่องเที่ยวปัตตานีอาเซียน ยิ่งใหญ่ตระการตาที่เมืองจังหวัดปัตตานี กตัญญูคู่ฟ้า มหาสมโภช เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว จังหวัดปัตตานี เพื่อสนับสนุน การท่องเที่ยว

ช่วงวันที่ 7 กุมภาพันธ์63 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการการท่องเที่ยวรวมทั้งกีฬา เป็นประธานเปิดงานมหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดปัตตานีอาเซียน กตัญญูคู่ฟ้า มหาสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวจังหวัดปัตตานี” ประจำปี 2563 เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวของจ.ปัตตานี แล้วก็สร้างความเชื่อมั่นและมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวสำหรับการเดินทางมาท่องเที่ยวจ.ปัตตานี โดยมี นายสิรภพ ดวงสอดศรี

ที่ปรึกษา รัฐมนตรีว่าการท่องเที่ยวฯ นายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวฯ นายเขมพล อุ้ยตยะกุล เลขาฯ รัฐมนตรีว่าการการท่องเที่ยว พร้อมกับ นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ให้การต้อนรับ และก็ร่วมในพิธีการเปิด ณ รอบๆศาลเจ้าเล่งจูเกียง อำเภอเมืองปัตตานี จ.ปัตตานี

เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว

นายพิพัฒน์ พูดว่า จังหวัดปัตตานี ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองพหุวัฒนธรรม มีวัฒนธรรมคนประเทศไทยพุทธ วัฒนธรรมคนประเทศไทยชาวมุสลิม รวมทั้งวัฒนธรรมคนประเทศไทยเชื้อสายจีน สิ่งเหล่านี้นับเป็นมนตร์เสน่ห์เย้ายวนใจนักเดินทาง การจัดงานในคราวนี้จะเป็นเสมอเหมือนการถ่ายทอดความภูมิใจของชาวจังหวัดปัตตานีสู่สายตาบุคคลภายนอก เพื่อทำให้นักเดินทางต้องการมาสัมผัส จังหวัดปัตตานีเพิ่มมากขึ้น

แล้วก็กำเนิดภาพลักษณ์ที่ดีในด้านการท่องเที่ยวของจังหวัด ตนขอยกย่องรวมทั้งขอบคุณมากชาวจังหวัดปัตตานี แล้วก็ผู้ที่มีการเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมมือ ร่วมมือ พร้อมใจ สร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อการจัดงานนิทรรศการท่องเที่ยวจังหวัดปัตตานีอาเซียน “รู้คุณคู่ฟ้า มหาสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอรั้ง” รายปี 2563 มีชีวิตชีวาเต็มไปด้วยชีวิตชีวา มีความโหฬารรวมทั้งน่าดึงดูด ซึ่งบ่งบอกถึงถึงความมุ่งมั่นสำหรับเพื่อการสร้างบรรยากาศ การอยู่ร่วมกันด้วยความรู้ความเข้าใจ ไว้ใจ แล้วก็เชื่อใจกัน เพื่อความสงบเงียบแล้วก็ความสงบสุขของบ้านเรือนอย่างแท้จริง

จังหวัดปัตตานี โดยกระทรวงการท่องเที่ยวรวมทั้งกีฬา ที่ทำการการท่องเที่ยวและก็กีฬาจ.ปัตตานี ททท. ร่วมกับมูลนิธิเทวดาสถานที่ควรค่าแก่การเคารพบูชา ททท. ที่ทำการจังหวัดนราธิวาส เทศบาลเมืองจังหวัดปัตตานี หน่วยงานบริหารส่วนจ.ปัตตานี แล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวทั้งยังภาครัฐ แล้วก็ภาคเอกชน สื่อมวลชนแล้วก็สามัญชนจังหวัอจังหวัดปัตตานี ได้จัดงานมหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดปัตตานีอาเซียน “กตัญญู คู่ฟ้า มหาสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอรั้งจังหวัดปัตตานี” รายปี 2563 ระหว่างวันที่ 5-11 กุมภาพันธ์63 ณ รอบๆ ถ.อาเนาะรู ถ.ปะนาเระ แล้วก็ ถนนปัตตานีภิรมย์ อำเภอเมืองปัตตานี จ.ปัตตานี.…